เทศบาลตำบลเชียงกลางเป็นองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น กรมส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่น กระทรวงมหาดไทย โดยมีประวัติความเป็นมา ลักษณะที่ตั้งและอาณาเขตดังต่อไปนี้
เทศบาลตำบลเชียงกลาง เปลี่ยนแปลงฐานะมาจากสุขาภิบาล เมื่อวันที่ 25 พฤษภาคม 2542 ตั้งอยู่ห่างจากอำเภอเมืองน่าน จังหวัดน่านไปทางทิศเหนือตามทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 1080 ระยะทางประมาณ 75 กิโลเมตร มีพื้นที่ทั้งหมด 26 ตารางกิโลเมตร อยู่ในเขตพื้นที่ตำบลเชียงกลาง (บางส่วน) ตำบลเปือ (บางส่วน) ตำบลพญาแก้ว (บางส่วน) มีเขตการปกครองติดต่อกับพื้นที่ใกล้เคียง ดังต่อไปนี้
ทิศเหนือ ติดต่อกับ องค์การบริหารส่วนตำบลเปือ
ทิศใต้ ติดต่อกับ องค์การบริหารส่วนตำบลเชียงกลาง, เทศบาลตำบลพระพุทธบาท-เชียงคาน
ทิศตะวันออก ติดต่อกับ องค์การบริหารส่วนตำบลเชียงกลาง, องค์การบริหารส่วนตำบลพระธาตุ
ทิศตะวันตก ติดต่อกับ เทศบาลตำบลพระพุทธบาท-เชียงคาน
หมู่บ้านและชุมชนในเขต เทศบาลตำบลเชียงกลาง ประกอบด้วย หมู่บ้านจำนวน 20 หมู่บ้าน ดังต่อไปนี้
ตำบลเชียงกลาง
หมู่ที่ 1 บ้านศรีอุดม หมู่ที่ 2 บ้านเชียงโคม
หมู่ที่ 3 บ้านเจดีย์ 1 หมู่ที่ 5 บ้านสบกอน 1
หมู่ที่ 9 บ้านงิ้ว (บางส่วน) หมู่ที่ 10 บ้านเจดีย์ 2
หมู่ที่ 11 บ้านสบกอน 2 หมู่ที่ 13 บ้านสบกอน 3
ตำบลเปือ
หมู่ที่ 1 บ้านหนองแดง หมู่ที่ 2 บ้านนาหนุน
หมู่ที่ 4 บ้านสันทนา (บางส่วน) หมู่ที่ 5 บ้านวังว้า (บางส่วน)
หมู่ที่ 6 บ้านห้วยเลื่อน (บางส่วน) หมู่ที 7 บ้านดอนสบเปือ
หมู่ที่ 8 บ้านป่าแดง หมู่ที่ 11 บ้านรัชดา 1
หมู่ที่ 15 บ้านรัชดา 2
ตำบลพญาแก้ว
หมู่ที่ 1 บ้านน้ำคา หมู่ที่ 2 บ้านคันนา
หมู่ที่ 3 บ้านพลู
สภาพภูมิประเทศและลักษณะภูมิอากาศ
สภาพภูมิประเทศ โดยทั่วไปของชุมชนเป็นที่ราบอยู่ระหว่างหุบเขาโดยเป็นที่ราบดอนตื้นและดอนลึกสลับกับที่สูงมีแม่น้ำและลำน้ำธรรมชาติไหลผ่าน ได้แก่ แม่น้ำน่าน,แม่น้ำกอน,แม่น้ำเปือ เป็นต้น
ลักษณะภูมิอากาศ เป็นแบบมรสุมเมืองร้อน มี 3 ฤดู ได้แก่ ฤดูร้อนอากาศจะร้อนมาก อุณหภูมิสูงสุดเดือนเมษายน เฉลี่ยประมาณ 38 องศาเซลเซียส ฤดูฝน มีฝนตกเฉลี่ยตลอดปี ประมาณ 1,286 ม.ม. ฤดูหนาว อากาศจะหนาวจัด อุณหภูมิต่ำสุดเดือน ธันวาคม เฉลี่ยประมาณ 5 องศาเซลเซียส
สภาพเศรษฐกิจและสังคมโดยภาพรวม
สภาพเศรษฐกิจมีการประกอบอาชีพการเกษตรกรรมเป็นหลัก
- เช่น การทำนา ทำไร่ โดยมีการปลูกข้าว ถั่วเหลือง ถั่งลิสง ยาสูบ และปลูกไม้ผล ได้แก่ มะม่วง มะขามหวาน ลำไย ลิ้นจี่ เป็นต้น
- การประกอบอาชีพด้านพาณิชยกรรม จะเป็นการค้าปลีกสินค้าอุปโภคบริโภคที่จำเป็น ให้แก่ประชาชนในเขตเทศบาลและชุมชนโดยรอบ และมีบางส่วนของประชากรในวัยแรงงานที่ออกไปทำงานในจังหวัดอื่น โดยเฉพาะกรุงเทพมหานครและต่างประเทศ
ด้านโครงสร้างพื้นฐาน
การคมนาคม
เทศบาลมีถนนสายหลัก ได้แก่ ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 1080 (น่าน-ทุ่งช้าง) เข้าสู่เทศบาลทางด้านใต้ โดยตัดผ่านเข้าสู่บริเวณ ตำบลพญาแก้ว และแยกเป็นสองสาย สายแรก ผ่านเข้าชุมชนบ้านสบกอน ที่ว่าการอำเภอ และชุมชนบ้านรัชดา บรรจบกับสายอ้อมเมือง ซึ่งเป็นสายทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 1080 อีกสายหนึ่งที่ตัดผ่านชุมชนไปทางเหนือสู่อำเภอทุ่งช้าง และมีทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 1097 เป็นถนนสายรอง ซึ่งแยกจากทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 1080 ไปทางตะวันตก เชื่อมต่อไปทางตำบลพระพุทธบาท
การไฟฟ้า
หน่วยงานที่รับผิดชอบในการบริการด้านกระแสไฟฟ้า คือการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคเชียงกลาง ปัจจุบันในเขตเทศบาลส่วนใหญ่มีไฟฟ้าใช้
การประปา
หน่วยงานที่รับผิดชอบในการบริการด้านประปา คือการประปาภูมิภาคท่าวังผา สาขาเชียงกลาง ในปัจจุบันบ้านเรือนในเขตเทศบาลตำบลเชียงกลาง มีจำนวนผู้ใช้น้ำประปา จำนวนประมาณ 700 ครัวเรือน ที่เหลือใช้บ่อน้ำตื้น
การใช้ที่ดิน
ส่วนใหญ่ใช้ที่ดินเพื่อการเกษตร และมีการใช้ที่ดินบริเวณย่านชุมชนเพื่อก่อสร้างอาคารพาณิชย์เพิ่มขึ้น
การสื่อสารและโทรคมนาคม
ในเขตเทศบาลมีที่ทำการไปรษณีย์โทรเลข จำนวน 1 แห่ง ส่วนระบบการสื่อสารมีโทรศัพท์ในเครือข่ายขององค์การโทรศัพท์แห่งประเทศไทย บริการตามชุมชนที่สำคัญ ส่วนบริเวณหมู่บ้านรอบนอก ยังไม่มีโทรศัพท์ให้บริการมีเฉพาะตู้โทรศัพท์สาธารณะในบางจุดเท่านั้น
การจราจร
การจราจรยังไม่มีปัญหาแต่ประการใด เนื่องจากเป็นชุมชนขนาดเล็กการจราจรจึงไม่คับคั่งเท่าใดนัก แต่ในอนาคตแล้วจะต้องดำเนินการวางแผนด้านการจราจรอย่างจริงจังเพราะความเจริญและการติดต่อด้านธุรกิจเพิ่มขึ้นทุกปี
ด้านเศรษฐกิจ
โครงสร้างทางเศรษฐกิจ / รายได้ประชากร
เทศบาลตำบลเชียงกลางมีบทบาทในการปกครอง การบริหาร การพาณิชย์ การเงินการคลัง การศึกษา และการบริการสาธารณะระดับอำเภอ จากสภาพเศรษฐกิจในเขตเทศบาลตำบลเชียงกลางแบ่งการประกอบอาชีพได้ 3 ประเภท คือ
การเกษตรกรรม
มีการประกอบอาชีพด้านการเกษตรประมาณ 80% พืชที่ปลูก ได้แก่ ข้าว ถั่วเหลือง และพืชผักสวนครัว ซึ่งมีการส่งเสริมการปลูกโดยสหกรณ์การเกษตรและบริษัทเอกชน
การอุตสาหกรรม
จะเป็นการประกอบกิจการอุตสาหกรรมเกษตรในลักษณะครัวเรือน เช่น โรงบ่มใบยาสูบ โรงสีข้าว ผลิตน้ำแข็ง-น้ำดื่ม ซึ่งยังไม่แพร่หลายมากนัก
การพาณิชยกรรม / การบริการ
มีการประกอบอาชีพด้านพาณิชยกรรมและการบริการ ในย่านชุมชนที่สำคัญ แต่เป็นการประกอบกิจการขนาดเล็ก
การพาณิชยกรรม / การบริการ
มีการประกอบอาชีพด้านพาณิชยกรรมและการบริการ ในย่านชุมชนที่สำคัญ แต่เป็นการประกอบกิจการขนาดเล็ก
ธนาคาร จำนวน 1 แห่ง
สถานบริการน้ำมันเชื้อเพลิง จำนวน 3 แห่ง
สหกรณ์ จำนวน 2 แห่ง
การท่องเที่ยว
ในเขตเทศบาลมีสถานที่ท่องเที่ยวที่สำคัญ ได้แก่ วัดหนองแดง เป็นสถาปัตยกรรมไทลื้อ ตั้งอยู่บ้านหนองแดง หมู่ที่ 1 ตำบลเปือ เป็นโบราณสถานเก่าแก่ของล้านนาไทย ก่อสร้างโดยช่างชาวไทยลื้อ (แคล้นสิบสองปันนา) มีอายุประมาณ 200 ปีเศษ ตัวฐานกว้าง 10.70 เมตร ยาว 17.60 เมตร กรมศิลปากรได้ขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถานเมื่อวันที่ 28 พฤษภาคม 2524 แต่ยังไม่รู้จักกันอย่างแพร่หลาย
ด้านสังคม
จำนวนประชากร
ประชากรในเขตเทศบาลตำบลเชียงกลางมีทั้งหมด 10,196 คน โดยแยกเป็นชาย 5,080 คน หญิง 5,116 คน (ณ ตุลาคม 2551) มีความหนาแน่นประชากรโดยเฉลี่ย 392.15 คน ต่อตารางกิโลเมตร
การศึกษา ศาสนา ประเพณี ศิลปวัฒนธรรม
ในเขตเทศบาลตำบลเชียงกลางมีสถานศึกษาระดับประถมศึกษา 7 แห่ง ระดับมัธยมศึกษา 1 แห่ง การนับถือศาสนา ส่วนใหญ่นับถือศาสนาพุทธ มีวัดตั้งอยู่ในเขตเทศบาล จำนวน 11 แห่งและ 3 สำนักสงฆ์ ในแต่ละชุมชนจะมีวัดตั้งอยู่เป็นศูนย์กลางของการประกอบพิธีกรรมและการประกอบกิจกรรมทางศาสนาในวันสำคัญทางพุทธศาสนามีขนบธรรมเนียมประเพณีเหมือนท้องถิ่นทั่วไปในภาคเหนือ ประเพณีที่สำคัญของชุมชน ได้แก่ ประเพณีสงกรานต์และลอยกระทง เป็นต้น
การสาธารณสุข
การให้บริการด้านการสาธารณสุข มีโรงพยาบาลเชียงกลางขนาด 30 เตียง เป็นศูนย์กลางการบริการสาธารณสุขของชุมชน มีสถานีอนามัยตั้งอยู่ในเขตเทศบาลตำบลเชียงกลาง 3 แห่ง สำนักงานสาธารณสุขอำเภอ 1 แห่ง
การสังคมสงเคราะห์และสวัสดิการสังคม
ในเขตเทศบาลมีการดำเนินการด้านสังคมสงเคราะห์และสวัสดิการอย่างจริงจัง โดยได้รับงบประมาณจากส่วนกลางและใช้งบประมาณของเทศบาลเองส่วนหนึ่ง
ความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน
ในเขตเทศบาลตำบลเชียงกลางไม่มีปัญหาด้านความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินแต่อย่างใดเนื่องจากเป็นชุมชนขนาดเล็ก
ด้านการเมือง-การบริหาร
โครงสร้างและอำนาจหน้าที่ในการบริหารงานขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
เทศบาลตำบลเชียงกลางได้รับการเปลี่ยนแปลงฐานะมาจากสุขาภิบาล เมื่อวันที่ 25 พฤษภาคม 2542 เป็นเทศบาลตำบล ชั้น 6 มีโครงสร้างตาม พรบ.เทศบาล พ.ศ.2496 (แก้ไขเพิ่มเติมจนถึงฉบับที่ 12 พ.ศ.2546)
เทศบาลตำบลเชียงกลางประกอบด้วย 2 สภา คือ สภาเทศบาลและคณะเทศมนตรี
สภาเทศบาล ประกอบด้วยสมาชิกที่ราษฎรเลือกตั้งขึ้นตามกฎหมายว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาเทศบาล ดำรงตำแหน่งได้คราวละ 4 ปี สภาเทศบาลมีประธานสภาคนหนึ่ง และรองประธานสภาอีกคนหนึ่ง ซึ่งผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นผู้แต่งตั้งจากสมาชิกสภาเทศบาล ตามมติสภาเทศบาล
คณะเทศมนตรี
ประกอบด้วยนายกเทศมนตรีคนหนึ่งและเทศมนตรีอีกสองคน
พนักงานเทศบาล
มีปลัดเทศบาลเป็นผู้บังคับบัญชาและรับผิดชอบในงานทั่วไปของเทศบาลมี
การจัดแบ่งการบริหารออกเป็นกองต่าง ๆ ดังนี้
1. สำนักปลัดเทศบาล 2. กองวิชาการและแผนงาน
3. กองคลัง 4. กองช่าง
5. กองสาธารณสุขและสิ่งแวดล้อม 6. กองการศึกษา
อำนาจหน้าที่ของเทศบาล
ตามมาตรา 50 ของพระราชบัญญัติเทศบาล พ.ศ.2496 มีดังต่อไปนี้
1. รักษาความสงบเรียบร้อยของประชาชน
2. ให้มีและบำรุงทางบกและทางน้ำ
3. รักษาความสะอาดของถนนหรือทางเดินและที่สาธารณะ รวมทั้งการกำจัดมูลฝอยและสิ่งปฏิกูล
4. ป้องกันและระงับโรคติดต่อ
5. ให้มีเครื่องใช้ในการดับเพลิง
6. ให้ราษฎรได้รับการศึกษาอบรม
7. ส่งเสริมการพัฒนาสตรี เด็ก เยาวชน ผู้สูงอายุ และผู้พิการ
8. บำรุงศิลปะ จารีตประเพณี ภูมิปัญญาท้องถิ่น และวัฒนธรรมอันดีของท้องถิ่น
9. หน้าที่อื่นตามกฎหมายบัญญัติให้เป็นหน้าที่ของเทศบาล
วิสัยทัศน์การพัฒนาเทศบาล
เทศบาลตำบลเชียงกลางเมืองน่าอยู่ มุ่งสู่หลักธรรมาภิบาล ประสานชุมชนเข้มแข็ง
พร้อมเปลี่ยนแปลงสู่การพัฒนาที่ยั่งยืน
ยุทธศาสตร์การพัฒนาเทศบาลตำบลเชียงกลางในช่วงปี (2552-2554)
โดยเรียงลำดับก่อน-หลัง
1.ยุทธศาสตร์การพัฒนาเศรษฐกิจ
2.ยุทธศาสตร์การพัฒนาด้านการบริหารจัดการและการบริการ
3.ยุทธศาสตร์การพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์
4.ยุทธศาสตร์การจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
5.ยุทธศาสตร์ความมั่นคงและความสงบเรียบร้อย
แนวทางการพัฒนาเทศบาลตำบลเชียงกลาง
1. พัฒนาประสิทธิภาพการบริหารและการบริการอย่างเป็นระบบ
2. ส่งเสริมการมีส่วนร่วมระหว่างเทศบาล กับหน่วยงานอื่น
3. ส่งเสริมการสร้างงาน สร้างอาชีพ และสร้างรายได้
4. ส่งเสริมการค้า การบริการและการท่องเที่ยว
5. สร้างหรือปรับปรุงสาธารณูปโภค สาธารณูปการและระบบจราจรขนส่งให้ มีประสิทธิภาพ อย่างคุ้มค่า
6. ลดปริมาณและควบคุมมลพิษของดิน น้ำ อากาศ ป่าไม้และสิ่งแวดล้อม
7. อนุรักษ์หรือฟื้นฟูดิน น้ำ อากาศ ป่าไม้และสิ่งแวดล้อม
8. สนับสนุนหรือส่งเสริมกระบวนการพัฒนาชุมชนและการพัฒนา สวัสดิการสังคมแก่ชุมชน
9. ส่งเสริมกระบวนการทางการศึกษา
10. อนุรักษ์และปลูกฝังค่านิยมเกี่ยวกับศิลปวัฒนธรรม ประเพณี จริยธรรม คุณธรรมและภูมิปัญญาท้องถิ่น
11. ส่งเสริมหรือสนับสนุนด้านสุขภาพและด้านการกีฬา
12. ส่งเสริมความรู้ ความเข้าใจในการป้องกันและรักษาความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินโดยประชาชนมีส่วนร่วม
13. ฟื้นฟูผู้ประสบสาธารณภัยต่างๆ
นโยบายการพัฒนาของผู้บริหารท้องถิ่น
1. หลักนิติธรรมดำเนินการภายใต้กรอบของกฎหมายที่เกี่ยวข้อง
2. หลักคุณธรรมดำเนินการบริหารงานบุคคลภายใต้หลักคุณธรรมและเสมอภาคอย่างเป็นระบบ
3. หลักความรับผิดชอบดำเนินการบริหารระบบสาธารณะตามภารกิจ
4. หลักความคุ้มค่า
5. หลักความโปร่งใส
6. หลักการมีส่วนร่วม
7. พัฒนาปรับปรุงถนน
8. พัฒนาระบบสาธารณูปโภคสาธารณูปการอย่างทั่วถึง
9. สนับสนุนและอนุรักษ์ ฟื้นฟูศิลปวัฒนธรรมล้านนา
10. ส่งเสริม สนับสนุน ฟื้นฟูและพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติ
11. ปรับปรุงภูมิทัศน์ในเขตเทศบาลให้มีความสวยงาม
12. สนับสนุน ส่งเสริมการกีฬาทุกระดับ
13. พัฒนาและส่งเสริมเป็นแหล่งผลิตอาหารที่ปลอดภัย
14. สนับสนุนและจัดตั้งตลาดกลาง
15. พัฒนาเส้นทางและระบบขนส่งสินค้า
16. ส่งเสริมเกษตรกรรมแบบผสมผสาน
17. พัฒนาพื้นที่ต้นน้ำและลุ่มน้ำ
18. สนับสนุนการจัดการศึกษาขั้นพื้นฐาน
19. สนับสนุนโภชนาการให้กับเด็กนักเรียนก่อนปฐมวัยและระดับประถมศึกษาในเขตเทศบาล
20. สนับสนุนวัดให้เป็นศูนย์พระพุทธศาสนา
21. สนับสนุนให้เด็กและเยาวชนได้ร่วมพิธีกรรมทางศาสนา
22. ฟื้นฟูและสืบสานประเพณีวัฒนธรรมล้านนา
23. พัฒนาแหล่งเรียนรู้ศิลปวัฒนธรรมและโบราณสถาน
24. สนับสนุนการมีส่วนร่วมของชุมชน
25. มุ่งเน้นการจัดการขยะแบบครบวงจร
26. ส่งเสริมการจัดการแก้ไขปัญหาน้ำท่วมในชุมชน
27. สนับสนุนการจัดตั้งศูนย์รวมสินค้าหัตถกรรมพื้นบ้าน
28. ส่งเสริมให้ชุมชนมีบทบาทในการรวมกลุ่ม
29. ส่งเสริมสนับสนุนภูมิปัญญาท้องถิ่น
30. สนับสนุนและพัฒนาผลิตภัณฑ์ของชุมชน
31. จัดให้มี ปรับปรุงตลาดสด ตลาดชุมชน ตลาดนัดให้ถูกสุขอนามัย
32. ส่งเสริมและสนับสนุนให้มีการออกกำลังกาย
33. จัดตั้งศูนย์สุขภาพและการกีฬา
34. ปรับปรุงสวนสาธารณะและสวนหย่อม
35. สนับสนุนการจัดตั้งกองทุนสวัสดิการผู้สูงอายุ
36. สนับสนุนให้มีศูนย์เด็กก่อนวันเรียนที่มีคุณภาพ
37. ส่งเสริมสิทธิ สถานภาพและบทบาทสตรี
38. สงเคราะห์แก่ผู้ยากไร้ ผู้ด้วยโอกาส ผู้พิการหรือทุพพลภาพ
39. ดำเนินงานและสนับสนุนงานบรรเทาสาธารณภัย
40. สนับสนุนหน่วยงาน องค์กรหรือกลุ่มอาสา ที่ทำหน้าที่ป้องกันปราบปรามยาเสพติด |